Keenix
ทำไมต้อง KeenixราคาบทความFAQ
เข้าสู่ระบบติดต่อขอ Demo
Keenix

ระบบบริหารจัดการคลินิกแบบครบวงจร ที่ถูกพัฒนาตามแนวทางการทำงานของคลินิก เราเข้าใจถึงปัญหา และความต้องการของผู้ใช้งานจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร แพทย์ ฝ่ายขาย ไปจนถึงพนักงานที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อผ่าน LINE
ฟีเจอร์
  • คอร์สและบริการ
  • การนัดหมาย
  • การเงิน & บันทึกรายรับ
  • ข้อมูลลูกค้า
  • Wallet
  • สต็อกสินค้า
  • ค่าตอบแทนทีมงาน
  • รายงานธุรกิจ
บริษัท
  • ทำไมต้อง Keenix
  • ราคา
  • บทความ
  • คำถามที่พบบ่อย
  • วิธีเริ่มต้นใช้งาน
  • นัดดู Demo ฟรี
เริ่มต้นวันนี้

พร้อมให้ทีมงาน Keenix ช่วยวางระบบที่เหมาะกับคลินิกของคุณ

นัดดู Demo ฟรี

© 2026 Clinical technology company limited

คลินิกสัตวแพทย์

เปรียบเทียบราคาโปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์อย่างไร? แบบไหนถึงเรียกว่าคุ้มค่า

ทีมงาน Keenix·26 ก.ค. 2569·อ่าน 1 นาที
เปรียบเทียบราคาโปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์อย่างไร? แบบไหนถึงเรียกว่าคุ้มค่า

สรุปสั้น

ราคาโปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์ต้องดูต้นทุนรวมของ License ผู้ใช้ สาขา โมดูล OPD หรือผู้ป่วยใน Setup, Migration, Training, Integration, Support, อุปกรณ์ และเวลาทีม ไม่ควรเทียบค่ารายเดือนจากขอบเขตต่างกัน

คำตอบสั้นสำหรับผู้บริหาร: ราคาโปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์ต้องดูต้นทุนรวมของ License ผู้ใช้ สาขา โมดูล OPD หรือผู้ป่วยใน Setup, Migration, Training, Integration, Support, อุปกรณ์ และเวลาทีม ไม่ควรเทียบค่ารายเดือนจากขอบเขตต่างกัน

ภาพหน้างานที่เจ้าของสัตว์ไม่ควรต้องมองเห็น

ข้อเสนอราคาต่ำสุดครอบคลุม OPD แต่ไม่รวมผู้ป่วยใน อีกข้อเสนอรวมทุกโมดูลแต่คิดเพิ่มตามผู้ใช้ และอีกรายรวม Support เฉพาะเวลาทำการ หากมองเฉพาะค่ารายเดือน ตัวเลือกดูเรียงลำดับได้ทั้งที่ธุรกิจกำลังซื้อคนละขอบเขต

ต้นทุนที่น่าเปรียบเทียบต้องเริ่มจากงานและช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ใช่จากชื่อแพ็กเกจ

ให้แยกค่าใช้จ่ายเป็นสามกระเป๋า: เงินที่จ่ายผู้ขาย เวลาหรืออุปกรณ์ที่ธุรกิจรับเอง และต้นทุนของงานมือหรือความเสี่ยงที่ยังไม่ถูกแก้

กำหนดขอบเขตบริการก่อนขอราคา

ระบุ OPD, ER, Admit, Lab, Imaging, Pharmacy, Retail, Grooming, หลายสาขา และการเชื่อมต่อที่ต้องการ เพื่อให้ผู้ขายใส่รายการเดียวกัน

แยก Must-have วันเปิดใช้กับ Phase ถัดไป ป้องกันการจ่ายโมดูลที่ทีมยังไม่พร้อมหรือประเมินราคาต่ำเพราะตัดงานสำคัญออก

ต้นทุนตั้งต้นที่มักซ่อนในโครงการ

Setup, Master data, Role, Workflow, Migration, Cleaning, Training, UAT, Cutover และอุปกรณ์ใช้เวลาหลายบทบาท แม้บางรายการไม่ปรากฏเป็นค่าบริการ

ประเมินเวลาของสัตวแพทย์ ผู้ช่วย หน้าร้าน คลัง การเงิน และผู้จัดการอย่างมีเหตุผล เพราะเวลาที่ใช้โครงการคือ Capacity ที่หายจากงานอื่น

ต้นทุนประจำและตัวขับราคา

ถามว่าคิดตามผู้ใช้พร้อมกัน บัญชีทั้งหมด สาขา ปริมาณข้อมูล ธุรกรรม โมดูล หรือ Support level รวมถึงการอัปเดต สำรอง และพื้นที่ไฟล์

จำลองการเพิ่มสัตวแพทย์ เวร ผู้ป่วยใน หรือสาขา เพื่อดูว่าราคาขยายเป็นขั้นหรือเส้นตรง

Integration และข้อมูลออกต้องมีราคา

การเชื่อม Lab, อุปกรณ์, Accounting, Payment, Messaging หรือแพลตฟอร์มอื่นอาจมีค่าพัฒนา ค่ารายเดือน และผู้รับผิดชอบหลายฝ่าย

ถามรูปแบบ Data export, API, ความถี่ ค่าใช้จ่าย และบริการเมื่อเลิกใช้ เพื่อให้ Data portability อยู่ใน TCO ไม่ใช่เป็นปัญหาวันสุดท้าย

ต้นทุนจากงานที่ยังต้องทำมือ

หากทีมยังคีย์ยาและค่าบริการแยก รวบยอดผู้ป่วยใน หรือส่ง Handover ในแชต ระบบอาจไม่ได้ลดต้นทุน Process ตามที่คาด

บันทึกชั่วโมง จุดคีย์ซ้ำ และความเสี่ยงของรอยต่อเพื่อใช้เปรียบเทียบ ไม่ควรนับผลประหยัดจากงานที่ระบบยังไม่รองรับ

คำนวณ TCO และผลตอบแทนแบบไม่แต่งตัวเลข

ใช้ช่วงเวลาตามสัญญาหรือแผนธุรกิจ ระบุสมมติฐานทุกข้อ และสร้าง Base, Growth กับ Delay case

ผลตอบแทนควรมาจากข้อมูลที่พิสูจน์ได้ เช่น เวลาปิดยอด งานซ้ำ หรือของหมดอายุ ไม่ควรใส่ยอดขายเพิ่มทั้งหมดเป็นผลจากซอฟต์แวร์โดยไม่มีหลักฐาน

ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันคนไข้แน่น

คลินิก A ต้องการ OPD กับสต็อก ส่วนโรงพยาบาล B มีผู้ป่วยใน 24 ชั่วโมงและหลายกะ แม้จำนวนเคสใกล้กัน TCO ย่อมต่างเพราะ Module, User, Support และความซับซ้อน Migration ต่างกัน

สร้าง Cost sheet สองสถานการณ์และให้ผู้ขายกรอกขอบเขตเดียวกัน จะเห็นว่าราคาที่ต่ำกว่าบางครั้งมาจากการไม่รวมงานที่ธุรกิจยังต้องทำเอง

Checklist ที่ควรนำเข้าห้องประชุม

ขอรายละเอียดเหล่านี้เป็นลายลักษณ์อักษร

  • ค่าเริ่มต้นและ Deliverable ของ Setup, Migration, UAT, Training
  • ค่าประจำและตัวขับราคาเมื่อเพิ่มผู้ใช้ สาขา หรือโมดูล
  • ขอบเขต Support, Update, Backup และ Recovery
  • ค่า Integration, API, ข้อมูล และรายงานพิเศษ
  • เงื่อนไขต่ออายุ ยกเลิก Export และบริการหลังยุติสัญญา
  • งานภายในที่ผู้ขายสมมติว่าสถานพยาบาลรับผิดชอบ

จุดที่สถานพยาบาลสัตว์มักเริ่มผิดทาง

ราคาเปรียบเทียบไม่ได้เมื่อทีมละเลยขอบเขตและต้นทุนภายใน

  • เทียบแพ็กเกจ OPD กับ Hospital แบบแถวเดียว
  • ถือว่าเวลาทีมไม่มีต้นทุน
  • ไม่จำลองจำนวนผู้ใช้ตามเวร
  • ไม่ถามค่า Export และ Exit

สิ่งที่ควรนำกลับไปทำต่อ

ราคาโปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์ที่ใช้ตัดสินใจควรเป็น TCO ของ Workflow ที่ธุรกิจต้องการจริง พร้อมความเสี่ยงและสมมติฐาน ไม่ใช่ค่ารายเดือนที่ถูกที่สุด

สร้าง Cost template กลางจากขอบเขตบริการปัจจุบันและแผนสองถึงสามปี แล้วให้ผู้ขายกรอกหน่วยเดียวกันก่อนประเมินความคุ้มค่า

หากกำลังประเมินระบบสำหรับ “ราคาโปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์” คุณสามารถดู ภาพรวม Keenix และ นัดดูระบบจริง โดยนำ Scenario ในบทความนี้ไปให้ทีมสาธิต และตรวจให้ชัดว่าความสามารถเฉพาะทางใดมีอยู่ ต้องตั้งค่า หรือจำเป็นต้องเชื่อมต่อเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์ราคาเท่าไร

ไม่มีราคากลางเดียว เพราะขอบเขต OPD, ผู้ป่วยใน, ผู้ใช้, สาขา, ข้อมูล, Integration และ Support ต่างกัน ควรขอราคาจาก Requirement เดียวกัน

ระบบผู้ป่วยในทำให้ราคาเพิ่มหรือไม่

มักเพิ่มขอบเขตการตั้งค่า ผู้ใช้ เวร และ Support แต่ต้องดูโมเดลราคาของแต่ละผู้ขายและความซับซ้อน Workflow จริง

ค่า Migration ควรครอบคลุมอะไร

ประเภทข้อมูล ปริมาณ Cleaning, Mapping, รอบทดสอบ การตรวจยอด Cut-off และแผนเข้าถึงข้อมูลเดิมหลังเปิดใช้

ควรเลือกแพ็กเกจระยะยาวเพื่อส่วนลดหรือไม่

ประเมินส่วนลดเทียบกับความเสี่ยงผูกสัญญา เงื่อนไขยกเลิก คุณภาพ Trial และ Data portability ก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  • กรมปศุสัตว์: สถานพยาบาลสัตว์
  • กรมปศุสัตว์: กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลสัตว์
Vetคลินิกสัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์Digital Transformationราคาโปรแกรมคลินิกสัตวแพทย์

อัปเดต 17 ส.ค. 2569

อยากเห็นระบบที่ใช้กับคลินิกจริง?

นัดดู Demo ฟรี แล้วให้ทีม Keenix แนะนำลำดับการเริ่มต้นที่เหมาะกับคลินิกของคุณ

นัดดู Demo ฟรี