ก่อนเปิดคลินิก พนักงานกำลังตอบแชตเรื่องคิว เจ้าของเช็กจำนวนลูกประคบกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ส่วนผู้ประกอบวิชาชีพถามหาประวัติครั้งก่อนของผู้รับบริการที่จะเข้ามาเก้าโมงครึ่ง
ทุกคนกำลังเตรียมดูแลคนคนเดียวกัน แต่ต้องเปิดข้อมูลคนละชุด
โปรแกรมบริหารคลินิกแพทย์แผนไทยไม่ควรทำหน้าที่เพียงจองเวลาและรับเงิน ระบบที่ใช้ได้จริงต้องเชื่อมข้อมูลผู้รับบริการ นัด งานบริการหรือจำนวนครั้ง การรับชำระ สต็อก ทีม และรายงาน โดยแยกข้อมูลทางวิชาชีพออกจากข้อมูลบริหารตามบทบาทอย่างเหมาะสม
ระบบช่วยจัด Workflow ได้ แต่ไม่ใช่ผู้วินิจฉัย ไม่เลือกกรรมวิธี และไม่ตัดสินใจแทนผู้ประกอบวิชาชีพ
เริ่มจากยอมรับก่อนว่าคลินิกไม่ใช่ร้านบริการทั่วไป
ธุรกิจบริการทั่วไปอาจจบงานเมื่อให้บริการและรับเงิน แต่คลินิกแพทย์แผนไทยมีหน้าที่ด้านข้อมูล ความต่อเนื่อง และวิชาชีพที่ต้องพิจารณาเพิ่ม
ผู้รับบริการอาจกลับมาหลายครั้ง ใช้บริการต่างชนิด มีข้อมูลที่ต้องทบทวน มีข้อควรระวังตามการประเมินของผู้ประกอบวิชาชีพ หรือได้รับผลิตภัณฑ์และยาสมุนไพรตามขอบเขตที่เกี่ยวข้อง
ถ้าระบบเห็นทุกอย่างเป็นสินค้าใน POS เจ้าของอาจรู้ว่าวันนี้ขายอะไร แต่ไม่รู้ว่างานบริการสัมพันธ์กับใคร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ จำนวนครั้งคงเหลือเท่าไร และข้อมูลใดต้องส่งต่อ
งานหนึ่งเคสควรเดินผ่านระบบอย่างไร
ลองเดินเหตุการณ์สมมติ
ผู้รับบริการติดต่อเข้ามา พนักงานเก็บข้อมูลที่จำเป็นและนัดหมาย เมื่อมาถึงมีการยืนยันตัวตนและข้อมูล ผู้ประกอบวิชาชีพทำงานตามกระบวนการของคลินิก จากนั้นมีการบันทึกบริการ นัดติดตาม รับชำระ และอาจมีการจ่ายหรือขายผลิตภัณฑ์ตามขอบเขตที่กำหนด
ระบบบริหารควรเชื่อมคำถามเหล่านี้ได้
- นัดนี้เป็นของใครและใครรับผิดชอบ
- ห้อง เตียง หรือทรัพยากรพร้อมหรือไม่
- บริการครั้งนี้ใช้สิทธิ์จากแพ็กเกจใด
- เงินรับ ยอดค้าง และจำนวนครั้งแยกกันชัดไหม
- สินค้าหรือสมุนไพรเปลี่ยนยอดจากเหตุการณ์ใด
- ผู้ใช้แต่ละบทบาทเห็นข้อมูลเท่าที่จำเป็นหรือไม่
- เจ้าของย้อนรายงานกลับไปยังรายการต้นทางได้หรือเปล่า
ข้อมูลที่ผู้ประกอบวิชาชีพต้องใช้บันทึกและตัดสินใจต้องออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ ส่วนระบบมีหน้าที่รักษาโครงสร้าง สิทธิ์ เวลา ผู้บันทึก และงานที่ต้องส่งต่อ
คลินิกเอกชนกับคลินิกชุมชนอบอุ่นมีโจทย์ไม่เหมือนกัน
คลินิกเอกชนแบบชำระเองอาจเน้นคิว คอร์ส เงินรับ สต็อก ค่าตอบแทน และรายงานธุรกิจ
คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่นที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. มี Workflow เพิ่ม เช่น การตรวจสอบและยืนยันสิทธิ การปิดสิทธิ การตรวจสอบก่อนจ่าย และ e-Claim โดย สวทช. มี A-MED Care ที่พัฒนาสำหรับงานลักษณะนี้โดยตรง
สองกลุ่มนี้ไม่ควรถูกเขียน Requirement รวมกัน หากคลินิกทำทั้งสองแบบ ต้องระบุว่าระบบใดรับผิดชอบข้อมูลใดและเชื่อมกันอย่างไร อย่าสรุปว่าระบบบริหารทั่วไปแทนระบบสิทธิและ Claim ได้
ผู้ใช้แต่ละคนควรเห็นภาพคนละระดับ
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ต้องเห็นคิว ข้อมูลติดต่อ สถานะการยืนยัน และงานเตรียม โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลทางวิชาชีพทุกส่วน
ผู้ประกอบวิชาชีพต้องเห็นข้อมูลที่จำเป็นต่อความต่อเนื่อง บันทึกตามมาตรฐานและขอบเขตหน้าที่ และส่งคำสั่งงานที่บทบาทอื่นเข้าใจได้
ฝ่ายการเงินต้องแยกยอดขาย เงินรับ ยอดค้าง การคืน และเอกสาร ส่วนเจ้าของต้องเห็น Capacity ภาระคอร์ส กระแสเงิน สต็อก ค่าตอบแทน และจุดผิดปกติ
ระบบเดียวกันจึงไม่ควรให้ทุกคนเห็นหน้าเดียวกันทั้งหมด แต่ควรทำให้ผลของเหตุการณ์เดียวกันสอดคล้องกันทุกฝ่าย
Keenix ช่วยงานหลังบ้านส่วนไหนได้บ้าง
Keenix เปิดเผยว่ามีโมดูลคอร์สและบริการ นัดหมาย ข้อมูลลูกค้า การเงินและยอดค้าง Wallet สต็อก ค่าตอบแทนทีม และรายงานธุรกิจ องค์ประกอบเหล่านี้สามารถนำมาประเมินกับงานหลังบ้านของคลินิกแพทย์แผนไทยเอกชนได้
ตัวอย่างเช่น เชื่อมผู้รับบริการกับนัดและจำนวนครั้ง ติดตามเงินรับกับยอดค้าง จัดการผลิตภัณฑ์ในสต็อก และดูรายงานหลายสาขาตามขอบเขตแพ็กเกจ
แต่แบบเวชระเบียนเฉพาะ การบันทึกตามศาสตร์และสาขาวิชาชีพ ตำรับหรือการจ่ายยา ล็อตระดับยา การตรวจข้อควรระวัง และงานเชื่อม สปสช. ต้องถือว่ายังต้องพิสูจน์ ห้ามนำคำว่า “ประวัติการรักษา” หรือ “สต็อก” ไปตีความว่ารองรับครบเอง
ก่อนดูระบบ ให้เดินหน้างานหนึ่งวัน
เลือกวันที่มีทั้งผู้รับบริการใหม่ คนที่มาใช้คอร์ส การแบ่งชำระ การเปลี่ยนคิว และการเบิกหรือขายผลิตภัณฑ์ วาดเหตุการณ์ตั้งแต่รับเรื่องจนปิดวัน
วงจุดที่ต้องคีย์ซ้ำ จุดที่ต้องถามคนหนึ่งคน และจุดที่เจ้าของไม่เชื่อตัวเลขหากยังไม่ได้เปิดอีกไฟล์
จุดเหล่านั้นคือ Requirement ของคลินิกคุณ นำไปให้ผู้ขายทำให้ดูทีละเหตุการณ์ แล้วถามตรง ๆ ว่าส่วนใดรองรับ ส่วนใดต้องตั้งค่า ส่วนใดต้องเชื่อม และส่วนใดยังทำไม่ได้
ระบบที่เหมาะไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง แต่ต้องไม่ทำให้ทีมเข้าใจผิดว่ารอยต่อสำคัญหายไปแล้ว ทั้งที่เพียงถูกซ่อนไว้หลังหน้าจอใหม่
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรมคลินิกแพทย์แผนไทยต่างจากระบบร้านนวดอย่างไร?
ระบบคลินิกต้องพิจารณาข้อมูลผู้รับบริการ บทบาทผู้ประกอบวิชาชีพ ความต่อเนื่อง สิทธิ์ และประวัติการแก้ไข มากกว่างานจองคิวและรับชำระทั่วไป
คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่นใช้ระบบทั่วไปได้ไหม?
ต้องตรวจ Workflow ยืนยันสิทธิ ปิดสิทธิ ตรวจสอบก่อนจ่าย และ e-Claim โดยเฉพาะ ระบบบริหารทั่วไปไม่ควรถูกถือว่าแทนระบบเหล่านี้ได้โดยอัตโนมัติ
Keinux เหมาะกับคลินิกแพทย์แผนไทยหรือไม่?
โมดูลบริหารหลายส่วนอาจนำมาประยุกต์ได้ แต่ต้องทดสอบ Workflow จริงและยืนยันความสามารถเฉพาะทางก่อนสรุปความเหมาะสม
ใครควรเป็นผู้กำหนดแบบบันทึกในระบบ?
ผู้ประกอบวิชาชีพและผู้รับผิดชอบของคลินิกควรกำหนดและตรวจทาน โดยพิจารณามาตรฐาน กฎหมาย บทบาท และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
อัปเดต 17 ส.ค. 2569